ตลาดสินค้าฮาลาลออนไลน์ระดับพรีเมี่ยม!!!

จากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Aladdin Group ประจำสิงคโปร์ คุมบังเหียนโดยนักบินอวกาศคนแรกของมาเลเซีย Dr Sheikh Muszaphar Shukor Al Masrie ซึ่งได้ประกาศว่านี่จะเป็นสินค้าคุณภาพชั้นเลิศชิ้นแรกของโลก ซึ่งจะเปิดตัวภายในสิ้นปีนี้ พร้อมกันกับตลาดสินค้าฮาลาลออนไลน์ ซึ่งครอบคลุมทั้งตลาดระหว่างภาคธุรกิจด้วยกันเอง (B2B) ตลอดจนการจำหน่ายสูลูกค้า (B2C)

Aladdin Street Singapore นับเป็นหนึ่งในผู้ร่วมทุน 29 ประเทศทั่วโลก เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคจำนวนกว่า 4,000 ล้านคน ทั้งจากจีน อินเดีย อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกา สหราชอาณาจักร และประเทศในตะวันออกกลาง

โดยการลงทุนในครั้งนี้ Dr Grace Kong ประธานาธิบดีสิงคโปร์เล็งเห็นว่างสิงคโปร์มีความพร้อมในหลายด้าน ทั้งบรรยากาศทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยม ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคต่างๆ จะช่วยให้ Aladdin Street Singapore เป็นรูปแบบธุรกิจที่ได้รับผลกำไรสูงสุดในลำดับต้นๆ ของโลก ด้วยการลงทุนราว 2 ล้านเหรียญสิงคโปร์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของแบรนด์

ทั้งนี้ รูปแบบธุรกิจของ Aladdin Street Singapore จะแตกต่างจากมาเลเซียซึ่งเน้นหนักไปในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารฮาลาล โดยในส่วนของสิงคโปร์จะเน้นสินค้าเครื่องนุ่งห่ม เฟอร์นิเจอร์ มากกว่าอาหาร อีกทั้งยังมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางถึงขนาดย่อม (SMEs) ที่มีศักยภาพในการเข้าสู่ตลาดโลก

โดยมีข้อได้เปรียบของการลงทุนในตลาดการค้าออนไลน์ อาทิ การเปลี่ยนไปของสภาวะเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของผู้ค้าปลีกในสิงคโปร์ ซึ่ง้องแสวงหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังต้องจัดการกับความท้าทายบางประการ ทั้งในด้านข้อจำกัดของผู้ให้บริการในงานโลจิสติกส์ และช่องทางการชำระค่าสินค้าแบบออนไลน์ด้วย ซึ่งากรรวมตัวกันกว่า 30 ประเทศนี้ ทำให้สามารถใช้ช่องทางการชำระค่าสินค้าผ่าน United Overseas Bank (UOB) ได้

โดยในระยะเริ่มต้นนี้ ทางกลุ่มตั้งเป้าจำนวนผู้ค้าไว้ไม่น้อยกว่า 50 ราย โดยปักหมุดตำแหน่งทางการตลาดสำหรับสินค้ากลุ่มเครื่องนุ่งห่มและเฟอร์นิเจอร์ไว้ที่ "สินค้าคุณภาพชั้นเลิศ และตลาดสินค้าฮาลาลออนไลน์"
จึงแทบจะไม่มีความจำเป็นที่ต้องขอการรับรองฮาลาลอีกต่อไป

ซึ่งจะต่างไปจากการเข้าเว็บไซต์เฟอร์นิเจอร์เดิมของสิงคโปร์อย่าง www.hipvan.com ซึ่งมีสินค้ามากจนเกินไป ในขณะที่เว็บไซต์ Aladdin.com.sg จะมีสินค้าน้อยชิ้นกว่า แต่มีเอกลักษณ์ชัดเจน อีกทั้งยังมีคุณภาพเป็นเลิศ ก่อนจะขยายไปครอบคลุมธุรกิจอาหารต่อไป

การบริการฮาลาล

เมื่อกล่าวถึงการใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ต Halal Dining Club website (halaldiningclub.com) นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความสำเร็จของระบบบริการแบบเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นการจอง หรือค้นหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกร้านอาหารฮาลาล ซึ่งประสบความสำเร็จจากยอดจองร้านอาหารฮาลาลผ่านระบบออนไลน์ที่เติบโตขึ้นอย่างมหาศาลทั้งในสิงคโปร์และลอนดอน

จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนแล้วว่า ไม่เพียงแต่ในประเทศมุสลิม หากแต่ยังเกิดประโยชน์อย่างมากแก่ชาวมุสลิมจำนวนกว่า 427 ล้านคนที่อาศัยใน non-Muslim countries ซึ่งผลการวิจัยโดย Siddika Jaffer ผู้ประกอบการใน Halal Dining Club พบว่าต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 90 นาที ในการสืบค้นข้อมูลจากเว็บไซต์ บล๊อค และการรีวิว ตลอดจนการส่งข้อความถึงเพื่อน และการโทรติดต่อร้านอาหารเพื่อสำรองที่นั่งเอง

นอกจากนี้ ยังมี application บนสมาร์ทโฟน อย่าง Quandoo ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการหาร้านอาหารฮาลาลให้แก่ชาวมุสลิมทั่วโลก อีกทั้งยังสามารถดาวน์โหลดได้ฟรีบน Apple App Store อีกด้วย โดย Halal Dining Club  คาดว่าด้วยระบบต่างๆ ที่กล่าวมานี้ สามารถสร้างมูลค่าการตลาดได้กว่า 3.5 ล้านล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือราว 2.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2563

ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นลักษณะตลาดแบบ B2C ซึ่งมั่นใจได้ว่า ด้วยรูปแบบธุรกิจของ Aladdin Street Singapore จะก่อให้เกิดความร่วมมือ หรือการร่วมทุนในระดับ B2B ได้อย่างแน่นอน ซึ่งจะช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหาร และผู้ให้บริการอาหารฮาลาลได้ ทั้งช่องทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น การค้าขาย หรือกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ จะช่วยยกระดับให้แบรนด์สินค้าและบริการ จัดอยู่ในคุณภาพระดับพรีเมี่ยมได้ไม่ยาก ซึ่งนอกจากจะสามารถทำราคาได้สูงกว่าสินค้าทั่วไปตามท้องตลาดร้อยละ 15 แล้ว ยังสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวมุสลิม ที่ต้องการความมั่นใจในคุณภาพของสินค้าเหนือสิ่งอื่นใด

Halal E-Marketplaces Growing Worldwide.
Originally published on www.todayonline.com
Aug 18, 2016. Online : http://www.halaltimes.com

ที่มา : www.halaltimes.com