พาณิชย์เร่งผู้ประกอบการไทยพัฒนามาตรฐานสินค้า-บริการฮาลาลหนุนส่งออกอาเซียน
นายมาตยวงศ์ อมาตยกุล นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในงานสัมมนา “ถอดรหัสการค้าเซียน ยุทธศาสตร์สร้างโอกาสสู่ความสำเร็จตลาดฮาลาลในอาเซียน” ว่า ตลาดสินค้าและบริการฮาลาลมีความต้องการเพิ่มขึ้นมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มอาหารฮาลาลที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากความต้องการของประชากรมุสลิมที่มีสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ของโลก คิดเป็น 1,900 ล้านคนในปัจจุบัน
 
ทั้งนี้ ในปี 2557 ไทยส่งออกสินค้าฮาลาลไปยังประเทศกลุ่มมุสลิม (โอไอซี) ครอบคลุม 57 ประเทศใน 6 ภูมิภาค มีมูลค่าการค้ารวมกว่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตมากกว่าปีละ 10% มีกลุ่มสินค้าหลัก คือ ข้าว น้ำตาล อาหารทะเล อาหารแปรรูป และอาหารกระป๋อง โดยกรมมีโครงการโอเอสอีซี (OSEC : One Stop Export Service Center Clinic) ขึ้นมารองรับผู้ประกอบการไทยด้วย
 
นายมนัส สืบสันติกุล ที่ปรึกษาผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ไทยมีศักยภาพก้าวเข้าสู่ฮับฮาลาลของอาเซียน ด้วยมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาล
สู่อาเซียนกว่า 7.5 หมื่นล้านบาท/ปี จากยอดส่งออกทั่วโลกกว่า 2.45 แสนล้านบาท ประกอบกับแนวโน้มตลาดในอาเซียนยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องด้วยมูลค่าการค้าระหว่างประเทศอาเซียนกว่า 1.15 ล้านล้านบาท/ปี ทั้งด้านสินค้าและบริการฮาลาลอย่างกลุ่มท่องเที่ยว อาหารรวมถึงเครื่องมือทางการแพทย์
 
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวว่า การส่งออกอาหารฮาลาลมีสัดส่วนเพียง 0.1% ของสัดส่วนการส่งออกทั้งหมดซึ่งยังมีโอกาสขยายตัวมาก โดยผู้ประกอบการต้องเร่งพัฒนาคุณภาพสินค้า ตลอดจนเข้าหาภาครัฐมากขึ้นเพื่อนำนวัตกรรมผลิตสมัยใหม่ไปพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพเพียงพอที่จะส่งออกสู่ตลาดโลกได้ โดยเฉพาะตลาดในทวีปเอเชียใต้และตะวันออกกลางที่มีประชากรมุสลิมรวมกันกว่า 520 ล้านคน โดยกลุ่มสินค้าอาหารฮาลาลที่ได้รับความนิยม คือ กลุ่มซอส เครื่องปรุง เป็นต้น
ตลาดฮาลาลโลกโตต่อเนื่อง โอกาสไทย เจาะตลาดเพิ่ม ชูจีน-ญี่ปุ่น 2 ตลาดใหญ่สนใจนำเข้าเพิ่มจี้รัฐหนุนเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุน จัดแฟร์ช่วยดันยอด เผย 2 สินค้า ซีอิ๊วทำจากช่อดอกมะพร้าว-น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นมาแรงสุด ๆ ต่างประเทศนิยม สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปชี้ตลาดอาหารฮาลาลโลกแข่งเดือด ชิงตลาด 6-8 ล้านล้านบาท/ปี ไทยส่วนแบ่งแค่ 6 พันล้านดอลล์
 
นายณรงค์ ขันทนิตย์ คณะอนุกรรมการฝ่ายกิจการฮาลาล คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ตลาดฮาลาล(สินค้าและบริการที่อนุมัติตามหลักการของศาสนาอิสลาม)ของไทยยังมีทิศทางที่ดีและมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ชะลอตัวนี้ได้ ขณะที่ 2 ตลาดใหญ่ได้แก่ จีน และญี่ปุ่นสนใจที่จะนำเข้าอาหารฮาลาลจากไทยมากขึ้น ทำให้โอกาสยังเปิดกว้าง
 
อย่างไรก็ดีสิ่งที่รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้ามาดูแลและให้การสนับสนุนคือช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินของผู้ประกอบการรายเล็กๆที่ต้องการเข้ามาในตลาดฮาลาล มาตรการช่วยเหลือทางด้านภาษีต่างๆ รวมถึง การจัดอีเวนต์หรืองานแสดงสินค้าเพื่อช่วยเพิ่มยอดขายที่ต้องไม่ซ้ำซ้อนกับการจัดของภาคเอกชน เป็นต้น แต่เหนือสิ่งอื่นใดผู้ประกอบการต้องใส่ใจเรื่องคุณภาพสินค้ามากกว่ามุ่งแต่ให้ได้ใบรับรองหรือเครื่องหมายฮาลาลเท่านั้น
 
“นอกจากเรื่องอาหารแล้ว ระบบขนส่งโลจิสติกส์และการบริการก็เป็นธุรกิจฮาลาลก็น่าจะเติบโตได้ดี เช่น การขนส่งสินค้าโดยตู้คอนเทนเนอร์ที่ติดสัญลักษณ์ฮาลาล ซึ่งพอไปถึงที่หมายก็ไม่ต้องมาตรวจทีละชิ้นอีกว่าเป็นสินค้าฮาลาลหรือไม่ ส่วนภาคบริการนั้นขณะนี้ได้มีการลงนามร่วมกับซีพีในการจะจัดพื้นที่จำหน่ายสำหรับสินค้าฮาลาลใน เซเว่นอีเลฟเว่น ทั่วประเทศตามถนนเส้นหลักเพื่อให้ผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าฮาลาลได้ใช้บริการ”
ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวว่า อาหารไทยเป็นที่นิยมของกลุ่มประเทศมุสลิม ได้แก่ ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป อาหารทะเลและแช่แข็ง อาหารทะเลแปรรูป ผักและผลไม้สดและกระป๋อง ซอสปรุงรสต่างๆ และอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน เป็นต้น โดยตลาดอาหารฮาลาลแบ่งเป็น 5 กลุ่มประเทศ ประกอบด้วย กลุ่มแอฟริกา เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง อาเซียน และยุโรปตะวันออกและเอเชียกลาง สินค้าที่น่าจับตามองมากที่สุดในขณะนี้คือซีอิ๊วที่ทำจากช่อดอกมะพร้าว ซึ่งไม่มีส่วนผสมจากเนื้อสัตว์ กำลังได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าในฟิลิปปินส์เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีน้ำมะพร้าวสกัดเย็นที่สามารถนำมาปรุงอาหารได้กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
 
สำหรับสถานการณ์และแนวโน้มอาหารฮาลาลนั้นศูนย์วิจัยในสหรัฐอเมริกา ได้มีการคำนวณตัวเลขชาวมุสลิม(ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม)ทั่วโลกเมื่อปี 2553 มีประมาณ 1.57 พันล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วน 25% ของประชากรโลก และในอีก 20 ปีข้างหน้าคาดจะเพิ่มเป็น 2.7 พันล้านคน หรือสัดส่วน 35% ขณะที่ปัจจุบันมูลค่าตลาดฮาลาลของโลกมีมูลค่าประมาณ 6-8 ล้านล้านบาท/ปี โดยมีผู้ค้าหรือผู้ส่งออกรายใหญ่ ได้แก่ ออสเตรเลีย บราซิล อาร์เจนตินา แคนาดา อินเดีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ส่วนในเอเชียมีผู้ส่งออกที่ต้องจับตาคือมาเลเซีย และจีน เพราะมีประชากรที่เป็นชาวมุสลิมเพิ่มขึ้น ในขณะที่ไทยเองมีการส่งออกอาหารฮาลาลยังน้อยโดยคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.1% ของมูลค่าส่งออกสินค้าทั้งหมดของประเทศ ดังนั้นรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหาทางพัฒนาตลาดฮาลาล โดยหาพันธมิตรทางการค้า การร่วมมือในด้านการเกษตร วัตถุดิบฮาลาล อย่างอาหารทะเล ไก่ โคเนื้อ ที่ไทยมีความเชี่ยวชาญในการผลิต และต้องนำนวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้านการผลิตมาใช้ เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของไทยสู่ระดับสากล
 
ขณะที่นายมาตยวงศ์ อมาตยกุล นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตลาดสินค้าและบริการฮาลาลของโลกมีแนวโน้มการเติบโตอย่างรวดเร็ว ตามจำนวนประชากรชาวมุสลิมทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2568 คาดประชากรชาวมุสลิมจะมีสัดส่วน 30% ของประชากรโลก จะส่งผลให้ตลาดผลิตภัณฑ์ฮาลาลมีแนวโน้มเติบโตตามไปด้วย
 
ทั้งนี้จากข้อมูลในปี 2557 ไทยมีการส่งออกสินค้าอาหารฮาลาลไปยังกลุ่มประเทศมุสลิม 57 ประเทศครอบคลุมหลายภูมิภาค ได้แก่ ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ อาเซียน แอฟริกา เอเชียกลาง ยุโรป และอเมริกาใต้ โดยมีการส่งออกมูลค่าประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวถึง 12.5% เมื่อเทียบกับปี2556 สินค้าหลักที่ส่งออกได้แก่ ข้าว น้ำตาล อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เป็นต้น
 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,161 วันที่ 29 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน พ.ศ. 2559